านผู้ไทนานาชาติครั้งที่ 2
อ.เขาวง จ.
กาฬสินธุ์ 9-10 มีนาคม 2556

The 2nd International Phutai Festival
Amphoe Khao Wong, Kalasin province, Thailand.

Above, right: Phutai dancers from Khao Wong dancing to the rhythm of the unique Phutai music style called 'Lam Phutai'
บนขวา: ฟ้อนผู้ไทประกอบดนตรีและลำผู้ไท
 
Above, left: Lao-Isan dancers from the Collage of Arts and Drama in Roi Et, NE-Thailand, dancing and dressing in their style.
บนซ้าย: ฟ้อนเซิ้ง จากวิทยาลัยนาฏศิลป์ร้อยเอ็ด
 
Above, left: Tai Dam singer from Dien Bien Phu, northern Vietnam, Above, mid: Ethnic Lao Noi singer, also from Dien Bien Phu, Above, right: The leader of the Vietnamese team is a Tai Dam and interprets the content of the songs of the Tai guests.
บนซ้าย: นักขับ (ร้อง) ไทดำจากเดียนเบียนฟู กลางนักขับ (ร้อง) ชาติพันธุ์ ''ลาวน้อย'' จากจากเดียนเบียนฟู  บนขวา: หัวหน้าทีมเวียดนาม เป็นคนไทดำ ผู้แปลบทขับ (ร้อง) ของนักร้องไทต่างๆจากเวียดนาม
 
Above, left: A Phutai gentleman dances with a Tai Dam lady, Above, mid: Phutai performance, Above, right: Bac Cam Hoan, a Tai Dam from Dien Bien Phu looks pictures in Phutai Language for Health.
บนขวา: บ่าวผู้ไทฟ้อนกับสาวไทดำ กลาง: การแสดงฟ้อนผู้ไท บนซ้าย: Bac Cam Hoan บ่าวไทดำกำลังดูภาพในหนังสือภาษาผู้ไทเพื่อสุขภาพ
 
Above, left: Tai Dam, Tai Daeng, Tai Dam, Tai Khao (Red-, Black-, and White Tai) having lunch (Phutai food). I paid them a short visit to - with help of the interpreter (left) - to ask whether Tai Khao or Tai Don was the correct ethnonym for the White Tai. The man in white ensured that it made no difference. I then pointed to my skin and said ''tai khaao'', which resulted in laughter and answers: ''Tai Daeng, Tai Dam, Tai Khao''. Above, right: A local team still waits for food to be served.
บนซ้าย: ขณะที่กลุ่มไทจากเวียดนามกำลังทานอาหารผู้ไทอยู่ ผมเข้าไปพูดคุยด้วยใช้ภาษาไทยโดยมีผู้แปลภาษาคือคนแรกจากซ้าย (เรียนจบที่ ม.จุฬา) กลุ่มนี้ประกอบด้วยไทดำ ไทแดง ไทขาว ผมถามเกี่ยวกับการเรียกชื่อชาติพันธุ์ว่าถูกต้องหรือไม่ ผู้ชายเสื้อขาวบอกว่าเรียกยังไงก็ได้ไม่ต่างกัน ผมชี้มือมาที่ผิวขาวๆ (ผิวฝรั่ง) ของตัวเองแล้วพูดว่า ไตขาว ทุกคนมองผมและหัวเราะสนุกสนานแล้วพูดได้แค่ ไทดำ ไทแดง ไทขาว ฮ่า.....บนขวา: กลุ่มคนท้องถิ่นกลุ่มหนึ่งกำลังรออาหารเที่ยง
 
Above, left: Tai Dam and Lao Noi test Phutai food. Sticky rice and bamboo soup is stable food from Khorat to southern China.
Above, right: I went to eat with the Phutai guests from ; whom we knew from previous visits in Lao - and with whom it was possible to have a conversation in Phutai.Ban Na Mahi in Vilaboury

บนซ้าย: ไทดำและ ''ลาวน้อย'' (ผ้าแดงพันศีรษะ) กำลังชิมอาหารผู้ไท อาหารพวกข้าวเหนียวและซุปหน่อไม้เป็นอาหารประจำถิ่นของคนไทจากโคราชถึงจีนตอนใต้ บนขวา: เราไปทานอาหารกับพี่น้องผู้ไทที่มาจากบ้านน้ำมะฮี เมืองวีละบุลี เราคุ้นเคยกันดี ผมเคยไปเยี่ยมถึงบ้านเขา เราสนทนาภาษาผู้ไทได้อย่างสบายใจครับ

 
Above, left: From a visit in Ban Na Mahi in Vilaboury, December, 2012. Above, right: Making merit in Wat Vilaxainyaram, Vilabouly, Savannakhet, Laos, at our last visit.
บนซ้าย: ผู้เขียนถ่ายภาพร่วมกับผู้ไทบ้านน้ำมะฮี ขณะที่อิเมะ (คุณยาย) กลับจากเก็บใบหม่อน บนขวา: ผู้เขียนไปทำบุญที่วัดกับผู้ไทวีละบุลี เมื่อวันเพ็ญเดือนอ้าย 2556
 

Above, left: A local Phutai woman and a Phutai from Vilabouly, Laos reading Phutai Language for Health, which is dedicated to our children and grand-children, hoping they will preserve the Phutai language, which is only spoken in NE-Thailand and Savannakhet-Khammouane of mid-Laos.
Above, right: Thong made a special welcome to the only Tai Phuan guest (mid), because the Phuan of Xieang Khouang, Laos, is the nearest larger Tai group with whom the Phutai can fully communicate in their original languages. The textiles of the Tai Phuan and the Phutai are also very similar, indicating that these 2 Tai groups have lived as neighbours for many centuries - probably more than 800 years ago.
บนซ้าย: สาวผู้ไทเขาวงและบ่าวผู้ไทวีละบุลี สปป.ลาว กำลังอ่านหนังสือภาษาผู้ไทเพื่อสุขภาพ เพื่อเตรียมการอนุรักษ์ภาษาผู้ไท เพื่อให้ลูกหลานได้เรียนรู้ต่อไป ภาษาผู้ไทพบแค่ที่ภาคอีสานของไทและที่แขวงคำม่วนและสะหวันนะเขตของลาวค่ะ
บนขวา
:
อ้ายทองให้การต้อนรับพิเศษแก่บ่าวไทพวน เพราะว่าไทพวนเป็นชาติพันธุ์กลุ่มใหญ่ที่มีความใกล้ชิดกับผู้ไทมากเราสามารถสื่อสารด้วยภาษาตัวเองเข้าใจกันดี และมีผู้ศึกษาพบว่าภาษาและลายผ้ามีความใกล้เคียงกันมากที่สุด นั่นแสดงว่าผู้ไทและพวนเคยเป็นกลุ่มที่อาศัยอยู่ใกล้ๆกัน เป็นไปได้ว่ามากกว่า 800 ปีที่แล้ว แต่เสียดายที่เราไม่ได้ฟังเสียงของบ่าวไทพวนผู้นี้เลย ผู้เขียนเคยพูดคุยกับไทพวนเซียงขวางภาษาใกล้กันมากค่ะ
 

Phutai woman from Khao Wong teaches a young Tai Khao man Phutai language.
สาวผู้ไทเขาวงสอนภาษาผู้ไทให้บ่าวไทขาวค่ะ
 

The back-stage team / ทีมงานเบื้องหลัง
 

The tent of Khao Wong Hospital hosted various locally produced books about Phuai - from language to BBB. And also presented herbal medicine, massage, and an interesting corporation between the medical staff of the hospital and traditional Phutai health-care, the 'mo yao' ('female shamans'), which in different forms is still living in the Taic area from Assam in India, to southern Thailand and Laos to Yunnan and Guangxi in southern China.
ในเต้นของโรงพยาบาลเขาวง เป็นที่รวบรวมผลงานการเขียนของนักเขียนท้องถิ่นที่เกี่ยวกับผู้ไท ได้แก่ ภาษา ประเพณีวัฒนธรรม การดูแลสุขภาพโดยใช้ภูมิปัญญาของผู้ไท เช่น  การบายศรีสู่ขวัญ การนวดไทย การใช้สมุนไพร การเหยา เป็นต้น หมอเหยามีพื้นฐานความเชื่อเรื่องผี พบได้ในกลุ่มไททุกชาติพันธุ์ แต่อาจเรียกชื่อและมีขั้นตอนของพิธีกรรมแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ พบได้ตั้งแต่รัฐอัสสัมของอินเดีย ถึงตอนใต้ของไทย ลาวไปถึงยูนนานและกวางสีทางตอนใต้ของจีน ค่ะ

Above, left: ''We are all Tai'' is borrowed from FB and illustrates a common feeling of unity between the members of various Taic groups. Above, right:  The cradle of the many Tai groups is generally agreed on as having been in the Guangxi area of southern China. The rock paintings  from the Huashan Mountain (link) and nearby valleys in Guangxi province are located some 50 km east of the Sino-Chinese border. The star/sun patterns could be seen as the same symbol as depicted on the famous Dong Son drums both created by the ancestors of the Taic peoples - and the figures could be interpreted as a shamanistic 'mo' ritual having taken place some 2000 years ago.
บริเวณกวางสีน่าจะเป็นที่กำเนิดของกลุ่มไทต่างๆ นักวิชาการรุ่นใหม่หลายท่านเขียนถึงภาพเขียนสีที่เขาฮัวซาน (Huashan ลิงค์) ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนเวียดนาม-จีน 50 กม. เท่านั้น ภาพเขียนได้แสดงถึงพิธีกรรมการเลี้ยงผีของหมอคนไทเดิม (ดาว สันณิฐานว่าเป็นภาพกลองมะโหระทึก ซึ่งกลองมะโหระทึกยังคงใช้ในพิธีกรรมของคนไทบริเวณยูนนานในปัจจุบัน และยังคงมีเพลที่่มีความยาวมากๆ ที่อธิบายวิธีการสร้างกลองนี้เมื่อประมาณ 1,800 - 2,500 ปีแล้ว ค่ะ
 

Above: After the Tai Phuan the Lao lady in the mid-picture was of our great interest. Her ethnicity is well described in the literature. Howard (Daic Textiles) informs about two Lao groupings in Dien Bien Phu area of Northern Vietnam: The northern and the southern. The woman is given to belong to one of 4 sub-groups of the southern Lao, called ''Lao Noi''. Achan Patricia Cheesman is a specialist on Tai textiles and flew in from Chiang Mai to meet the ''Lao Noi'', who presented herself as ''Lao''. Her language is a Lao variation as well; she did not understand
นอกจากพวนแล้วกลุ่มที่เราสนใจคือ ผู้หญิงภาพกลาง (ป้าดอกไม้) ในหนังสือของ อ. Howard (Daic Textiles) กล่าวถึงกลุ่มลาวน้อยที่เดียนเบียนฟู ว่าที่นั่นมีลาวหลายกลุ่ม ลาวน้อยเป็นกลุมหนึ่งของลาวที่นั่น อ.แพททีเซีย ผู้เชี่ยวชาญเรื่องผ้าพวนและไทต่างๆ  บินตรงมาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เนื่องจากให้ความสนใจในกลุ่มลาวน้อยเป็นพิเศษ จากการพูดคุย เธอพูดภาษาลาว เราสื่อสารภาษาลาวกันรู้เรื่องดีค่ะ เมื่อถามว่าผ้าโพกหัวใช้ในโอกาสใด เธอตอบว่า "ยามม่วนซื่น" ซึ่งขัดแย้งกับ อ.แพททิเซีย เสนอว่า ผ้านี้ใช้โพกหัวเฉพาะหมอผี เวลาทำพิธีกรรมเท่านั้น
 
A ''Mo yao'' performance started the 2nd day of the festival. The man in the picture is our local district leader, Ronnasit Phutthala. Being a modern equivalence to the former Phutai leaders, chau mueang, his presence among the sacred spiritual tools is not profane. But the disrespect based on ignorance shown by several visitors could stimulate some concern about the role of the 'mo yao' as a part of 'cultural tourism'. For more information, see: Mo Yao - Phutai Healing
หมอเหยาในงานผู้ไทนานาชาติครั้งที่สองท่านรณชิต พุทธลา นายอำเภอเขาววงนั่งด้านหน้าท่ามกลางหมอเหยา ถือว่าเหมาะสมสำหรับระดับเจ้าเมืองสมัยใหม่กับหมอเหยา ผู้ที่คนผู้ไทสมัยก่อนนับถือเทียบเท่ากับเจ้าเมือง แต่การที่นักท่องเที่ยวและคนทั่วไปมาฟ้อนรำเดินผ่านคายเหยาไปมา อาจจะไม่ทราบหรือไม่ให้ความสำคัญ ถือเป็นการไม่เหมาะสมพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์อาจจะกลายเป็นแค่การแสดงโชว์แก่นักท่องเที่ยวเท่านั้น คนผู้ไทอย่างเราเห็นแล้วไม่สบายใจค่ะ

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หมอเหยา - วิถีการดูแลสุขภาพของชาวผู้ไท และ หมอเหยา: วิถีการดูแลสุขภาพของชาวผู้ไท
 

Above: I asked the Lao Noi if she had experienced 'mo yao' ceremonies in Vietnam. She answered: No.... I also asked the Tai Dam woman, but she did not understand my question in either Thai, Lao, Phutai, or English. She probably does know of some kind of 'mo'-traditions at village level. At a district-level - or chao-mueang level - 'mo' was prohibited after the revolution and the re-structure of the political organization of the new communist state.
ผมถามคนลาวน้อยว่า "อยู่บ้านเจ้ามีคือกันแบบนี้บ่?" เธอตอบว่า "บ่" และถามไทดำ (เสื้อสีเขียว) พูดทั้งภาษาไทย ลาว ผู้ไทอังกฤษ ด้วยคำถามเดียวกัน เธอฟังไม่รู้เรื่อง แต่เธอน่าจะรู้จักพิธีกรรมหมอในระดับหมู่บ้านของเธอ เพราะไทดำมีหมอมด ซึ่งคล้ายกับหมอเหยา แต่ในทางการเมืองของเวียดนามรัฐบาลสั่งห้ามพิธีกรรมระดับเมืองเหล่านี้เพื่อตัดทอนตัวแทนอำนาจของเจ้าเมืองเก่าลง ครับ
For details about 'mo yau', see:
Above, left: The chao mueang Kut Sim (Boa Khao District) is a literate man and likes Phutai Language for Health.
Above, r
ight:
Phutai, Tai Khao, Tai Daeng, Phutai, Lao Noi, Phutai, and Phutai - all Tai
บนซ้าย: เจ้าเมืองกุดสิม คนกลาง (ท่านนานอำเภอเขาวง) ชอบหนังสือภาษาผู้ไทเพื่อสุขภาพมากๆ ค่ะ
บนขวา
:
จากซ้าย ผู้ไท ไทขาว ไทแดง ผู้ไท ลาวน้อย ผู้ไท และลาวอีสาน ทุกท่านล้วนเป็นคนไทด้วยกันเป็นสายสัมพันธ์ที่มั่นยืน ยินดีต้อนรับทุกท่านค่ะ
 

One confusing and misleading element at the International Phutai Festival was the use of /phu/ meaning 'man', 'human', 'group', etc. - and therefore calling for example the Tai Dam for 'phu Tai Dam'. The Central Thai word for /phu/ is /phu-khon/ or just /khon/. The Central Thai term should therefore be 'khon Tai Dam' = Tai Dam People. This misunderstanding reached its maximum when a local Phutai from the stage announced the ''all the people of Khao Wong are Phu Tai Dam (sic!)'' after also having presented what normally is termed Tai Dam by the same ethnonym. Phutai and Tai Dam are two rather different groups with different languages, beliefs, culture, etc. - but both 'phi-nong' or sisters/cousins of the same south-western branch of the Tai-Kadai language stock. See below.

The prime criteria for ethnic identity is language! Every farmer agrees herein. Embedded in language is cultural markers as beliefs in spirits and gods, social interaction, and practical words for tools in the kitchen and the field. When the language changes then the culture of the ethnic group changes.

ความสับสนในงานผู้ไทนานาชาติทั้งสองครั้งคือ เมื่อพิธีกรกลางบนเวที เรียกชื่อไทดำ ไทแดง ไทขาว ว่า ผู้ไทดำ ผู้ไทแดง ผู้ไทขาว และพิธีกรอธิบายว่า พวกเราทั้งหมดในเขาวงเป็นผู้ไทดำ ในภาษาไทยกลาง คำว่า ผู้ หมายถึง ผู้คน หรือ คน ซึ่งน่าจะเรียกว่า คนไทดำ คนไทแดง คนไทขาว หรือไทดำ ไทแดง ไทขาว เพื่อป้องกันความสับสนแก่ผู้มาร่วมงาน ในระดับชาวบ้านทั่วไปความเป็นผู้ไทคือภาษา เพราะในภาษานั้นแฝงด้วยความเชื่อ พิธีกรรมวัฒนธรรม ประเพณี ที่ถ่ายทอดผ่านภาษา ยกตัวอย่างไทดำ กับผู้ไท แตกต่างกันทั้งภาษา ความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรมหลายๆอย่าง ตัวอย่าง ภาษา เมื่อไทดำขับ (ร้องเพลง) คนผู้ไททั่วไปฟังไม่ออกเลยค่ะ ซึ่งชัดเจนว่าเราเป็นคนละกลุ่มกัน แต่เราทั้งหมดนี้ล้วนเป็นพี่น้องกัน มีถิ่นกำเนิดที่เดียวกันคือแถวกวางสี และเป็นกลุ่มภาษาไท-กะไดเหมือนกัน ดูแผนภาพด้านล่างนะค่ะ

สิ่งสำคัญที่สุดในการแยกกลุ่มชาติพันธุ์คือภาษา ดังที่กล่าวแล้วข้างต้น ภาษาเป็นเครื่องมือสื่อถึงความเชื่อ จิตวิญญาณ และการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม นอกจากนั้นภาษายังสื่อถึงวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนนั้นๆ เช่นคำเรียกสิ่งของเครื่องใช้ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือต่างๆ เช่น ทางการเกษตร อาหาร เครื่องครัว เป็นต้น เมื่อภาษาเปลี่ยนทำให้วัฒนธรรม ของกลุ่มชาติพันธุ์นั้นๆเปลี่ยนตามไปด้วย ค่ะ

   
 

Nong Ngam Chit a Phutai girl from Khum Kao, Khao Wong
even only 4 years old she speaks Phutai as well as Thai
which gives her a good basis for learning English.

น้องงามจิตร สาวผู้ไทน้อย อายุแค่ 4 ขวบ บ้านคุ้มเก่า อ. เขาวง เธอเก่งทั้งภาษาผู้ไทและไทยกลาง
เก่งสองภาษาแล้วภาษาที่สาม ง่ายมากเช่นภาษาอังกฤษ ค่ะ

 

 


พิเชฐ สายพันธ์ ผู้ไท: ข้อถกเถียงทางประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์,
จุลสารไทยคดีศึกษา 18
,2 (พ.ย.44-ม.ค.45)  44-52 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรุงเทพฯ 2544. หน้า 51.
See literature list

   
จากตำนานขุนบรม (บุรม) ผู้เขียนเข้าใจว่าเป็นเรื่องของการอพยพเมื่อประมาณ 1,300 ปีที่แล้ว ขุน บรม มีบุตรชาย 7 คน ซึ่งได้แยกย้ายกันไปปกครองเมืองต่างๆ ได้แก่ หลวงพระบาง (ลาว) เมืองแถน (ไทดำ) เมืองเซียงขวาง (พวน) บุตรชายอีกคนหนึ่งไปปกครองเมืองคำม่วน ซึ่งเป็นคนผู้ไท และอีกสามเมืองเรียกชื่อแตกต่างกันไปแล้วแต่พงศาวดารแต่ละเล่ม ค่ะ
 

ธัญญลักษณ์ ไชยสุข มอลเลอร์รพ และ Asger Mollerup

Phutai Cotton Spinning Festival in Lao Yai   ประเพณีลงข่วงเข็นฝ้าย  บ้านเหล่าใหญ่

INDEX

16 March 2013 Asger Mollerup and ธัญญลักษณ์ ไชยสุข มอลเลอร์รพ

Facebook: Phutai Studies

macsida@thai-isan-lao.com

www.thai-isan-lao.com